ข้อมูลสินค้าวิธีจัดส่งโอนเงิน / PromptPayการคืนสินค้า
สอบถามเรื่องคืนสินค้าสอบถามเรื่องรับประกัน
ติดตามออร์เดอร์ช่วยเหลือติดต่อเรา
wsangshop
wsangshop

เรื่องช่างต้องแวะมาที่เรา

ร้านค้าออนไลน์สำหรับเครื่องมือช่าง งานระบบไฟฟ้า-ประปา ห้องน้ำ ห้องครัว สี เคมีภัณฑ์ และงานสวนกลางแจ้ง คัดหมวดให้เลือกง่ายสำหรับงานช่างและงานบ้านทั่วไทย

หมวดหมู่สินค้า

  • เครื่องมือช่าง
  • งานไฟฟ้า
  • งานประปา
  • ห้องน้ำและห้องครัว
  • ฮาร์ดแวร์และฟิตติ้ง
  • สีและเคมีภัณฑ์
  • สวนและงานกลางแจ้ง

บริการลูกค้า

  • ชุดสินค้า
  • ติดตามออเดอร์
  • วิธีการสั่งซื้อ
  • การชำระเงิน
  • การจัดส่งและคืนสินค้า
  • คำถามที่พบบ่อย
  • ติดต่อเรา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับ WSANG
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข่าวสารและกิจกรรม
  • บทความและไอเดีย
  • ร่วมงานกับเรา

ติดต่อเรา

  • จันทร์-เสาร์ 8.00-17.00

Marketplace

  • สั่งซื้อผ่านช่องทางอื่น

ติดต่อเรา

  • จันทร์-เสาร์ 8.00-17.00
  • Marketplace

บริการลูกค้า

  • ติดตามออเดอร์
  • การชำระเงิน
  • การจัดส่งและคืนสินค้า
  • คำถามที่พบบ่อย

หมวดหมู่สินค้า

  • เครื่องมือช่าง
  • งานไฟฟ้า
  • งานประปา
  • ห้องน้ำและห้องครัว
  • ฮาร์ดแวร์และฟิตติ้ง
  • สีและเคมีภัณฑ์
© 2026 WSANGSHOP.COM สงวนลิขสิทธิ์โอนเงิน / PromptPayนโยบายความเป็นส่วนตัว
หน้าแรกหมวดหมู่สินค้าการแจ้งเตือนบัญชี
สอบถาม
สอบถาม
สว่านไร้สาย 12V กับ 20V ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนให้พอดีกับงาน

9 ก.ค. 2569 | อ่าน 7 นาที

สว่านไร้สาย 12V กับ 20V ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนให้พอดีกับงาน

ลูกค้าหลายคนมาถามพี่ว่า “ซื้อสว่านไร้สาย 12V พอไหม หรือขยับไป 20V เลยดี” คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขอย่างเดียวครับ ต้องดูว่างานที่ทำบ่อยคืออะไร ใช้ในบ้านเป็นครั้งคราว หรือใช้ติดตั้งหลายจุดทั้งวัน 12V ไม่ได้แปลว่าอ่อนจนใช้ไม่ได้ และ 20V ก็ไม่ได้แปลว่าดีกับทุกคนเสมอไป เครื่อง 12V มักเบา จับง่าย เหมาะกับงานบ้าน งานประกอบเฟอร์นิเจอร์ งานขันสกรูทั่วไป ส่วน 20V จะให้แรงมากกว่า เหมาะกับงานเจาะหนักขึ้น งานสกรูยาว หรือคนที่ใช้เครื่องมือบ่อย ถ้าเลือกแรงเกินงาน เครื่องอาจหนัก จับแล้วเมื่อย และใช้งานจริงน้อยกว่าที่คิด แต่ถ้าเลือกเล็กเกินไป พอเจองานปูน งานขันหนัก หรือเจาะหลายรูติดกัน เครื่องจะฝืน แบตหมดไว และทำให้งานช้า

สิ่งที่ควรเช็กก่อนซื้อ

  • - 12V เหมาะกับงานบ้าน งานเบา งานประกอบ และคนที่อยากได้เครื่องเล็กจับง่าย
  • - 20V เหมาะกับงานติดตั้ง เจาะบ่อย ขันสกรูยาว หรือใช้ต่อเนื่องมากกว่า
  • - อย่าดูแค่โวลต์ ให้ดูแรงบิด น้ำหนัก หัวจับ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ในชุดด้วย
  • - ถ้ามีแผนซื้อเครื่องไร้สายหลายตัว ให้ดูระบบแบตเตอรี่ร่วมกันตั้งแต่แรก

อุปกรณ์หรือข้อมูลที่ควรเตรียม

  • - ตัวอย่างงานที่ทำบ่อย เช่น แขวนชั้น ประกอบตู้ เจาะผนัง
  • - ขนาดดอกสว่านและหัวบิตที่ใช้ประจำ
  • - น้ำหนักเครื่องพร้อมแบตเตอรี่
  • - จำนวนแบตเตอรี่และแท่นชาร์จในชุด
  • - งบรวมเครื่อง แบต ดอกสว่าน และหัวบิต

ดูงานก่อนดูตัวเลขโวลต์

ถ้าใช้ในบ้านทั่วไป เช่น ขันสกรูประกอบโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ หรือเจาะไม้บาง ๆ สว่านไร้สาย 12V ใช้งานได้สบายกว่าในหลายจังหวะ เพราะตัวเล็ก น้ำหนักเบา และคุมรอบง่าย มือใหม่จะไม่เกร็งมาก

แต่ถ้าบ้านมีงานแขวนของบนผนังบ่อย ต้องเจาะปูน ใช้พุกหลายจุด หรือทำงานติดตั้งจริงจัง 20V จะตอบโจทย์กว่า เพราะมีกำลังเหลือมากกว่า โดยเฉพาะเวลาต้องใช้ดอกใหญ่ขึ้นหรือขันสกรูยาว

พี่แนะนำให้ถามตัวเองก่อนว่า งานหนักสุดที่น่าจะเจอคืออะไร ไม่ใช่ถามแค่ว่ารุ่นไหนแรงกว่า เพราะเครื่องแรงแต่หนักเกิน งานเล็ก ๆ หยิบแล้วไม่ถนัด สุดท้ายอาจไม่อยากใช้

12V เด่นตรงไหน

จุดเด่นของ 12V คือความคล่อง ตัวเครื่องมักสั้นและเบากว่า ใช้ในพื้นที่แคบได้ดี เช่น ใต้โต๊ะ ในตู้ หรือมุมที่เอาเครื่องใหญ่เข้าไปยาก งานประกอบเฟอร์นิเจอร์ งานขันบานพับ งานซ่อมเล็ก ๆ ในบ้าน ใช้แล้วสบายมือ

อีกข้อคือคุมแรงได้ง่ายกว่า ถ้าขันสกรูตัวเล็ก เครื่องใหญ่เกินไปอาจทำให้หัวสกรูหวานหรือจมลึกเกิน โดยเฉพาะงานไม้บาง งานพลาสติก หรืองานประกอบของที่มีพาร์ตเล็ก

แต่ 12V มีข้อจำกัด ถ้าเอาไปเจาะปูนบ่อย เจาะเหล็กหนา หรือขันสกรูยาวมาก ๆ เครื่องจะทำงานหนักกว่า ต้องใจเย็นกว่า และแบตอาจหมดเร็วกว่าเมื่อเทียบกับงานเดียวกันที่ใช้ 20V

20V เหมาะกับใคร

20V เหมาะกับคนที่ใช้สว่านเป็นเครื่องหลักจริง ๆ เช่น ช่างติดตั้ง ช่างเฟอร์นิเจอร์ คนซ่อมบ้านบ่อย หรือบ้านที่มีงานเจาะแขวนของเยอะ เครื่องกลุ่มนี้มักมีแรงบิดมากกว่า หัวจับใหญ่กว่า และรองรับดอกได้กว้างกว่า

ถ้ารุ่นมีโหมดกระแทก จะช่วยกับงานผนังปูนทั่วไปได้ดีขึ้น แต่ต้องใช้ดอกปูนให้ถูก และอย่าเข้าใจว่าสว่านกระแทกไร้สายจะแทนโรตารี่ได้ทุกงาน ถ้าเจาะคอนกรีตแข็งหรือเจาะหลายรูติดกัน โรตารี่ยังเหมาะกว่า

Checklist ก่อนเริ่มงาน

  • - งานหลักคือขัน เจาะไม้ เจาะเหล็กบาง หรือเจาะปูน
  • - ลองเทียบน้ำหนักพร้อมแบต ไม่ใช่ดูแต่ตัวเครื่อง
  • - ดูแรงบิดและโหมดกระแทกตามงานจริง
  • - เช็กว่าชุดมีแบตและแท่นชาร์จหรือไม่
  • - ดูระบบแบตเตอรี่ถ้าคิดจะซื้อเครื่องไร้สายเพิ่ม
  • - เผื่องบสำหรับดอกสว่าน หัวบิต พุก และสกรู

สว่านไร้สาย 12V เหมาะกับคนที่อยากได้เครื่องเล็ก คล่อง ใช้งานบ้านทั่วไป ส่วน 20V เหมาะกับงานหนักขึ้น ใช้บ่อยขึ้น และต้องการแรงเผื่อไว้ในระยะยาว เลือกจากงานจริง น้ำหนัก และชุดแบตก่อน แล้วค่อยเทียบแบรนด์กับราคา จะลดโอกาสซื้อผิดตัวได้เยอะ

FAQ

12V เจาะปูนได้ไหม

บางรุ่นทำได้กับงานเบา ๆ ถ้ามีโหมดกระแทกและใช้ดอกปูนถูกชนิด แต่ไม่เหมาะกับงานปูนหนักหรือเจาะหลายรูติดกันครับ

20V หนักเกินไปสำหรับใช้ในบ้านไหม

ไม่เสมอไป แต่ต้องลองดูน้ำหนักพร้อมแบต ถ้าใช้แค่ประกอบของเล็ก ๆ บ่อย ๆ เครื่องเล็กอาจสบายมือกว่า

ซื้อเครื่องเปล่าดีไหม

ดีเมื่อมีแบตและแท่นชาร์จระบบเดียวกันอยู่แล้ว ถ้ายังไม่มี พี่แนะนำให้เทียบชุดพร้อมแบตก่อน เพราะรวม ๆ แล้วมักคุ้มกว่า

หมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง

เครื่องมือไฟฟ้าไร้สายสว่านไร้สายแบตเตอรี่และแท่นชาร์จดอกสว่านและโฮลซอว์คู่มือเลือกสว่านเดิม
ดูสินค้าที่เกี่ยวข้องกลับไปหน้าบทความ

ข้อที่ต้องระวังคือน้ำหนัก เครื่อง 20V พร้อมแบตอาจหนักกว่าชัดเจน ถ้าทำงานเหนือหัวหรือถือยาว ๆ จะเมื่อยง่ายกว่า ก่อนซื้อควรดูน้ำหนักพร้อมแบต ไม่ใช่ดูแต่น้ำหนักตัวเปล่า

แบตเตอรี่สำคัญกว่าที่คิด

เครื่องไร้สายดีแค่ไหน ถ้าแบตไม่พอ งานก็สะดุดครับ ถ้าใช้ในบ้านเป็นครั้งคราว แบตหนึ่งก้อนอาจพอ แต่ถ้าใช้ต่อเนื่อง ควรมีแบตสำรองหรือเลือกชุดที่มีแบตสองก้อน

ดูด้วยว่าแบตใช้ร่วมกับเครื่องตัวอื่นได้ไหม เช่น เครื่องเจียรไร้สาย ไขควงกระแทก หรือเลื่อยไร้สาย ถ้าคิดจะต่อเครื่องมือในอนาคต การเลือกแพลตฟอร์มแบตตั้งแต่แรกจะประหยัดกว่า

อย่าลืมคิดราคารวม เครื่องเปล่าดูถูก แต่ถ้าต้องซื้อแบตกับแท่นชาร์จแยก อาจแพงกว่าชุดพร้อมใช้ ส่วนเครื่องพร้อมแบตเล็กมาก ๆ ก็อาจใช้งานหนักแล้วหมดไว

สรุปเลือกแบบไหนดี

ถ้าเป็นเครื่องแรกของบ้าน และงานส่วนใหญ่คือขัน ประกอบ เจาะไม้ เจาะเหล็กบาง 12V เป็นตัวเริ่มที่ใช้ง่ายมาก แต่ถ้ามีงานปูน งานติดตั้ง งานเจาะหลายรู หรืออยากใช้เป็นเครื่องหลักยาว ๆ 20V จะเผื่อแรงได้ดีกว่า

ถ้าไม่แน่ใจ ให้เริ่มจากเครื่องที่จับถนัด น้ำหนักพอดี และมีอุปกรณ์ครบ ดอกสว่าน หัวบิต พุก และสกรูสำคัญไม่แพ้ตัวเครื่อง เพราะเครื่องดีแต่ใช้ดอกผิด งานก็ยังออกมาไม่ดีครับ